วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

บทที่ 7

บทที่ 7
ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว
แทรเวล เอเจนซี่(Travel agency)
หมายถึง ธุรกิจขายปลีกที่ได้รับอนุญาติให้ขายผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวแทนผู้ประกอบธุรกิจ
ความเป็นมา
ในอดีตผู้ทีต้องการเดินทางท่องเที่ยวจะต้องติดต่อซื้อสินค้าทางการท่องเที่ยวโดยตรงต่อมาจึงเกิดธุรกิจค้าปลีกที่อำนวยความสะดวกในการซื้อขึ้น โดยโทมัส คุก เกิดที่ประเทศอังกฤษ
บทบาทหน้าที่ของแทรเวล เอเจนซี่
1. จัดหาราคาหรืออัตราสินค้าทางการท่องเที่ยว
2. ทำการจอง
3. รับชำระเงิน
4. ทำการส่งบัตรโดยสารหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
5. ช่วยเหลือลูกค้าในการซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่นๆ
6. ช่วยดำเนินงานในการช่วยซื้อบัตรโดยสาร
7. ออกบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกสารอื่นๆ
ปรโยชน์ของการใช้บริการของแทรเวล เอเจนซี่
1. แทรเวล เอเจนซี่ มีความชำนาญในการหาข้อมูลและวางแผนการท่องเที่ยว
2. แทรเวล เอเจนซี่ สามารถหาข้อเสนอหรือราคาที่ดีที่สุด
3. แทรเวล เอเจนซี่ ช่วยประหยัดเวลาและความลำบาก
4. แทรเวล เอเจนซี่ ช่วยแก้ปัญหาได้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหา
5. แทรเวล เอเจนซี่ รู้จักผู้ประกอบธุรกิจมากกว่า
6. แทรเวล เอเจนซุ้จักแหล่งท่องเที่ยวดีกว่า
ประเภทของแทรเวล เอเจนซี่
จะมีลักษณะคล้ายกันคือมีขนาดเล็กและเป็นธุรกิจของครอบครัวและให้บริการแก่ลูกค้าที่อยู่ในทำเลใกล้เคียง โดยมักจะขายผลิตภัณฑ์บริการท่องเที่ยวหลากหลายประเภท โดยอาจสรุปได้เป็น 4 ประเภท
1. แบบที่มาแต่เดิม
2. แบบที่ขายทางอินเตอร์เน็ต
3. แบบที่ชำนาญเฉพาะทาง
4. แบบที่ประกอบธุรกิจจากที่พัก
ประโยชน์ของการใช้บริการของบริษัททัวร์
1. ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
2. ประหยัดค่าใช้จ่าย
3. ได้ความรู้
4. ได้เพื่อนใหม่
5. ได้ความสบายใจและรู้สึกปลอดภัย
6. ไม่มีทางเลือกอื่น
ประเภทของทัวร์ แบบเหมาจ่ายแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆได้ 3 ประเภท
1. ทัวร์แบบอิสระ
2. ทัวร์แบบไม่มีผู้นำเที่ยว
3. ทัวร์แบบมีผู้นำเที่ยว

บทที่ 6

บทที่ 6
ที่พักแรม
พี่พักแรมมีบทบาทโดยตรงในการสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ห่างไกล และจะเป็นต้องค้างแรมเพื่อพักผ่อนระหว่างการเดินทาง
ความเป็นมา(ธรุกิจที่พักโรงแรมในสากล/ต่างประเทศ
ที่พักแรมมีมาตั้งแต่ยุคโบราณ ย้อนหลังไปถึงยุคอารยธรรมกรีกและโรมัน เกิดขึ้นสนองความต้องการที่พักแรมนักเดินทางที่ไม่สามารถไปกลับได้ในวันเดียว ปัจจัยประการสำคัญที่ส่งผลให้กิจการที่พักขยายตัวและมีการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ระบบการคมนานคมขนส่ง ทำธุรกิจที่พัก รูปแบบที่พักได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและพัฒนาเป้นรูปแบบโรงแรมไฟฟ้า ซึ่งให้ความสะดวกสบายแก่ผู้เดินทางที่มีฐานะมากขึ้น โรมแรมเป็นธุรกิจที่พักแรมที่สำคัญในปัจจุบันคำเรียกที่พักว่า Hotel
ธุรกิจที่พักแรมในประเทศไทย
ธุรกิจที่พักแรมสำหรับบริการนักเดินทางต่างชาติในสมัยรัตนโกสินทร์มีด้วยกัน 4 กิจการโฮเต็ล หรือโรงแรมที่สำคัญในอดีต
1. โอเรียนเต็ลโฮเต็ล สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5
2. โฮเต็ลหัวหิน หรือ โรงแรมหัวหิน
3. โฮเต็ลวังพญาไท เป็นโรงแรมหรูในสมัยรัชกาลที่ 7
4. โรงแรมรัตนโกสินทร์ สร้างในสมัยรัชการที่ 8
ปัจจัยพื้นฐานในการบริการที่พักแรม
ที่พักเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สนองตอบความต้องการพื้นฐานของนักท่องเที่ยวในการพักผ่อนหลับนอนระหว่างกานเดินทางไกลจากบ้าน ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญได้แก่
- ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้า
- ความสะอาดและสุขอนามัยในที่พัก
- ความสะดวกสบายจากบริการสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย
- ความเป็นส่วนตัว
- บรรยากาศการตกแต่งที่สวยงาม
- ภาพลักษณ์ของกิจการ และอื่นๆ
ประเภทที่พักโรงแรม
บริการที่พักแรมในปัจจุบัน้มีรูปแบบหลากหลายสอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว สามารถจำแนกเป็น 2 กลุ่มสำคัญคือ
1. โรงแรม เป็นที่พักที่นิยมมากของนักท่องเที่ยวทั่วไป โรงแรมมาตราฐานสากลจะมีรูปแบบการดำเนินการบริการที่เป็นแบบแผน ด้านที่ตั้ง ด้านขนาด ด้านจุดประสงค์ของผู้มาพัก ด้านราคา ด้านระดับการบริการ และด้านการจัดการมาตราฐานโดยใช้สัญญาลักษณ์
2. ที่พักนักท่องเที่ยว บ้านพักเยาวชน หรือโฮเต้ล ที่พักพร้อมอาหารราคาประหยัด ที่พักริมทางหลวง ที่พักแบบจัดสรรเวลาพัก หรือไทม์แชริ่ง เกสต์เฮ้าส์
แผนกงานในโรงแรม
โรงแรมมีแบบแผนการดำเนินการที่เป็นรูปแบบเฉพาะ แบ่งเป้นแผนกงานสำคัญได้นี้
- แผนกงานส่วนหน้า
- แผนงานแม่บ้าน
- แผนอาหารและเครื่องดื่ม
- แผนกขายและการตลาด
- แผนกบัญชีและการเงิน
- แผนกทรัพยากรมนุษย์
ประเภทห้องพัก มี 4 แบบ
- Single ห้องพักสำหรับนอนคนเดียว
- Twin ห้องพักเตียงคู่แฝด
- Double ห้องพักเตียงคู่ที่เป็นเตียงเดียวขนาดใหญ่
- Suite ห้องชุดที่ภายในประกอบด้วยห้องพักตั้งแต่ 2 ห้องขึ้นไปโดยแบ่งเป็นสัดส่วน

บทที่ 5

บทที่ 5
การคมนาคมขนส่ง
การคมนาคมขนส่ง หมายถึง กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายคน สัตว์ สิ่งของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
ความเป็นมา
ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีด้านการขนส่งถือว่าเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ทำให้เกิดแรงจูงใจที่สำคัญต่อการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆที่ห่างไกลออกไป ได้มีการพัฒนาจนเจริญรุดหน้าทันสมัยขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นการขนะส่ง ทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ
ประเภทธุรกิจการคมนาคมขนว่งเพื่อการท่องเที่ยว
กล่าวได้ว่าธุรกิจการคมนาคมขรส่งเพื่อการท่องเที่ยว สามารถแยกออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจขนส่งทางบก ธุรกิจขนส่งทางน้ำและธุระกิจขนส่งทางอากาศ ดังนี้
ธุรกิจการขนส่งทางบก
การคมนาคมขนส่งทางบกจัดว่าเป้นรูปแบบการเดินทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะการเดินทางโดยรถยนตร์ส่วนตัว เนื่องจากสะดวกสบาย คล่องตัวและประหยัด นอกจากรถยนต์แล้ว บังมีการเดินทางโดยรถไฟที่เป็นรูปแบบการเดินทางอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมพอสมควร
ธุรกิจการขนส่งทางน้ำ
ประวิติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เรือถูกใช้เป็นพาหนะการเดินทางสำรวจดินแดนเพื่อการค้าขายมานานกว่าพันปี นอกจากนี้เรือยังถูกใช้เป็นพาหนะการเดินทางคมนาคมขนส่งระหว่างเมืองท่าต่างๆ
ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ
สงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อให้เกิดผลดีในระยะยาวต่อการเติบโตของธุรกิจการบินพาณิชย์ เช่น เทคโนโลยีการบินด้านความเร็ว ประสิทธิภาพของเชื่อเพลิงที่คิดค้นในช่วงสงคราม การพัฒนาลำตัวเครื่องบินให้กว้างขึ้น ความรู้เรื่องอากาศ และการปรับปรุงแผนที่ทางอากาศ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการขนว่งผู้โดยสานทางอากาศได้เป็นอย่างดี มีความสะดวก ปลดภัย รวดเร็ว รวมทั้งราคาถูกกว่าการเดินทางโดยพาหนะอื่น

บทที่ 4

บทที่ 4
องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรทการท่องเที่ยว (แหล่งท่องเที่ยว)
แหล่งท่องเที่ยวจัดเป็นปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งที่มีช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเป็นปัจจัยที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาในประเทศ หากไร้ซึ่งแหล่งท่องเที่ยว คงไม่มีนักท่องเที่ยวอยากเดินทางเข้ามายังประเทศนั้นๆ มีคำจำกัดความ 3 คำ ที่จำเป็นในการศึกษาแหล่งท่องเที่ยว
1. ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว (Tourism Resources) สิ่งที่เกิดขึ้นเอาตามธรรมชาติ
2. จุดหมายปลายทาง (Destination) สถานที่ที่ใดที่หนึ่ง อาจจะเฉพราะเจาะจง
3. สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว (Tourist Attraction) สถานที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดให้ผู้เดินทางเข้าไปเยี่ยมชม
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแบ่งแลท่องเที่ยวออกเป็น 3 ประเภทคือ
1. แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ
2. แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
3. แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี
แหล่งท่องเที่นสที่เป็รธรรมชาติ
หมายถึง สถานที่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทั้งด้านชีวภาพ และกายภาพ รวมทั้งบริเวณที่มนุษย์เข้าไปปรังปรุงแต่งเพิ่มเติมจากสภาพธรรมชาติในบริเวณอื่น
แหล่งท่องเที่ยวที่มนูษย์สร้างขึ้น
คือ สถานที่ที่มนุษยืสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างและอายุ รวมทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันออกไป แต่ท้ายที่สุกก็กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าทางการท่องเที่ยวได้แก่ ศาสนา โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
แหล่งท่องเที่ยที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี
เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พัฒนามาจากวัฒนธรรม ประเพณี การดำรงชีวิตของผู้คน เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการอยู่ร่วมกันอย่างปกติในสังคม
แหล่งท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย
ภาคกลาง
อาหารจะมีรสชาติผสมผสาน มีทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เครื่องเทศต่างๆ มักใช้กะทิเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร
ภาคเหนือ
อาหารทางเหนือไม่นิยมใส่น้ำตาล เพราะความหวานจะได้จากพืชผักต่างๆ จากการต้ม การผัด อาหารภาคเหนือที่รู้จักกัน อาทิ น้ำพริกหนุ่มมีเครื่องแนมคือแคบหมู ขนมจีนน้ำเงี้ยว แกงฮังเล ไข่มดส้ม เป็นต้น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อาหารจะมีรสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม จึงมีการถนอมอาหารในรูปแบบต่างๆ อาทิ ปลาร้า เนื้อเค็ม เป็นต้น
ภาคใต้
อาหารหลักมักเป็นอาหารทะเล พวกกุ้ง หอย ปู ปลา ซึ่งโดยปกติจะมีกลิ่นคาว จึงมักใช้เครื่องเทศและขมิ้นเพื่อดับกลิ่น จึงมีรสเผ็ดร้อน เค็ม และเปรี้ยว แต่ไม่นิยมรสหวาน

บทที่ 3

บทที่ 3
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางนักท่องเที่ยว (แรงจูงใจ)
แรงจูงใจของนักท่องที่ยวแตกต่างไปจากแรงจูงใจในวิชาการ หรือแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวเป็นแนวคิดที่เป็นแบบลูกผสมระหว่างแนวคิดทางด้านจิตวิทยา ผสมกับแนวคิดด้านสังคมวิทยา แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวจึงหมายถึงเครือข่ายทั้งหมดของพลังทางวัฒนธรรมและพลังทางชีวะวิทยา ซึ่งเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมทางการท่องเที่ยว
ทษฎีลำดับขั้นแห่งความจำเป็น (Maslow)
1. ความต้องการทางด้สนสรีรวิทยา (Physiological needs)
2. ความต้องการความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต (Safety needs)
3. ความต้องการทางด้านสังคม (Social needs)
4. ความที่จะมีเกียรติยศชื่อเสียง (Self-esteem needs)
5. ความต้องการสำเร็จแห่งตน (Self-actualization needs)
ทษฎีขั้นบันไดแห่งการเดินทาง(Travel Career Ladder)
ผู้นำเสนอทษฎีนี้คือ Philip Pearce โดยประยุกต์จากทษฎีลำดับขั้นแห่งความต้องการจำเป็นของ Maslow แต่ความแตกต่างอยู่ตรงที่ในลำดับขั้นแห่งความต้องการของนักท่องเที่ยว จะตัดความต้องการความสำเร็จแห่งตนออก เพราะเป็นขั้นที่เกิดจากความต้องการของตัวบุคคลเป็นผู้กำหนดเอง
แรงจูงใจวาระซ่อนเร้น(Hidden Aludgenda)
Crompton ได้ทำการวิจัยเพื่อการศึกษาถึงแรงจูงใจที่ผลักดันนักท่องเที่ยว มี 7 ประเภทดังนี้
1. การหลีกหนีจากสภาพแวดล้อมที่จำเจ
2. การสำรวจและการประเมินตนเอง
3. การพักผ่อน
4. ความต้องการเกียรติภูมิ
5. ความต้องการที่จะถอยกลับไปสู่สภาพเดิม
6. กระชับความสัมพันธ์ทางเครือญาติ
7. การเสริมสร้างการปะทะสังสรรค์ทางสังคม
แรงจูงใจในการท่องเที่ยวในทัศนะของ Swarbrooke
จำแนกแรงจูงใจสำคัญๆที่ทำให้คนเดินทางออกเป็น 6 ชนิด คือ
1. แรงจูงใจทางด้านสรีระหรือทางกายภาพ
2. แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม
3. การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง
4. การท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มาเพื่อสถานภาพ
5. แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
6. แรงจูงใจส่วนบุคคล
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับแรงจูงใจทางด้านการท่องเที่ยว
ในการที่นักท่องเที่ยวจะเลือกแหล่งท่องเที่ยวแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ได้เกิดจากแรงจูงใจอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่การตัดสินใจที่จะไปท่องเที่ยวมักจะเกิดจากแรงจูงใจหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน
แนวโน้มของแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว
1. แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสสิ่งแวดล้อม
2. แรงจูงใจที่จะได้พบปะกับคนท้องถิ่น
3. แรงจูงใจที่จะที่เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน
4. แรงจูงใจที่จะเสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว
5. แรงจูงใจที่จะได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย
6. แรงจูงใจที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ
7. แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี
8. แรงจูงใจที่จะได้การคุ้มกันและความปลอดภัย
9. แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับนับถือและได้รับสถานถาพทางสังคม
10. แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตนเอง
โครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลักๆ
หมายถึง องค์ประกอบพื้นฐานในการรับรองการท่องเที่ยวทั้งระบบ
1. ระบบไฟฟ้า
2. ระบบประปา
3. ระบบสื่อสารโทรคมนนาคม
4. ระบบการขนส่ง (อากาศ,บก,น้ำ)
5. ระบบสาธารณสุข

บทที่ 2

บทที่ 2
การศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ของการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจและศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยว สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากการท่องเที่ยวในอดีตเมื่อ 3 พันปีก่อนก็คือในปัจจุบันมีการจัดให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แก่นักเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่พักการให้บริการด้านอาหาร มัคคุคุเทศก์ และร้านขายของที่ระลึก เช่นเดียวกันกับในอดีตจะต่างกันก็เพียงแต่มาตาฐานและความสะดวกสบายซึ้งในปัจจุบันมีความทันสมัยมากกว่าแต่ก่อน การท่องเที่ยวมีทั้ง การท่องเที่ยวภายในประเทศ และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ แต่การท่องเที่ยวนั้นเป็นการท่องเที่ยวที่ไร้พรมแดนเพราะไม่มีอาณาเขตแบ่งแยกดินแดน
การแบ่งยุคก่อนประวัติศาสตร์
1. ยุคต้น แสวงหาบุญ
2. ยุคกลาง แสวงหาแผ่นดิน,ดินแดน,ศาสนา
3. ยุคมืด ล่าอาณานิคม
4. ยุคฟื้นฟู กำเนิดใหม่ (แกรนด์ทัวน์)
5. ยุคอุตสาหกรรม เครื่องจักร เรือ น้ำแร่
แกรนด์ทัวร์ คือการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ขึ้นซึ้งเป็นผลมาจากเสรีภาพและความต้องการที่จะเรียนรู้ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

บทที่ 1

บทที่ 1
ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว คือ การเดินทาง ไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ หรือเพื่อไปร่วมกิจกรรมบางอย่าง เยี่ยมเยือนญาติ ไปประชุม ดังนั้นจึงเป็นสื่งที่สำคัญอย่างที่ควรจะรุ้จักถึงความหมายของการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้อย่างมหาศาลให้แก่ประเทศ
ความหมายของการท่องเที่ยวที่มาจากการประชุมได้เรียกผู้เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวว่า
1. (Visitor) ผู้มาเยือน
2. (Tourist) นักท่องเที่ยว พักอาศัยอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
3. (Excursinonist) นักทัศนาจร พักอาศัย ไม่เกิน 24 ชั่งโมง
นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งผู้มาเยือนตามถิ่นพำนักได้อีกเช่นกัน ได้แก่
1. (Inbound Visitor) ผู้มาเยือนขาเข้า
2. (Outbound Visitor) ผู้มาเยือนขาออก
3. (Domestic Visitor) ผู้มาเยือนภายในประเทศ
การแบ่งตามลักษณะการจัดการเดินทางแบ่งออกเป็น
1. การท่องเที่ยวแบบหมู่คณะหรือที่เรียกว่า Group Inclusive Tour (GIT)
2. การท่องเที่ยวเที่ยวแบบอิสระหรือที่เรียกว่า Foreign Individual Tour (FIL)
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จึงหมายถึง ธุรกิจท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยแรงงาน การลงทุน เทคนิควิชาชีพ มีการวางแผน การจัดองค์กร และการตลาด เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมประเภทอื่นๆ
วัสถุประสงค์ของการเดินท่องเที่ยว คือ เพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนานและพักผ่อน เพื่อธุรกิจ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ